คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม ภัยใกล้ตัวของคนติดจอ

ศูนย์ : ศูนย์จักษุ

บทความโดย : พญ. วิภาวี วงษ์ไชยคณากร

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องใช้การสื่อสารผ่านทางช่องทางออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน การทำธุรกิจ การประชุม เป็นต้น แต่การนั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์ติดกันเป็นเวลานานโดยมิได้พักผ่อนเท่าที่ควร พฤติกรรมดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพทางตาขึ้นได้ เช่นอาการปวดเมื่อยตา ตาแห้ง แสบตา เคืองตา ตาพร่ามัว ซึ่งอาจบ่งบอกว่ากำลังเสี่ยงกับกลุ่มอาการที่เรียกว่า คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม Computer Vision Syndrome (CVS) หากปล่อยไว้ นอกจากจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาวด้วย


Computer Vision Syndrome คืออะไร

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม Computer Vision Syndrome (CVS) คือ กลุ่มอาการทางตาและการมองเห็น ที่มีผลมาจากการใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน มากกว่า 2-3 ชม. โดยไม่พักผ่อนสายตา พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะนี้มากขึ้นหากจ้องหน้าจอในที่ที่มีแสงน้อย หรือมีท่าทางที่ไม่เหมาะสมในขณะใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งความรุนแรงของอาการจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาของการใช้งาน

> กลับสารบัญ


อาการคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

อาการของโรคเริ่มจากปวดรอบดวงตา รู้สึกแสบตา ไม่สบายตา เกิดอาการระคายเคืองตา เจ็บตา ตาพร่ามัวจากการจ้องมองที่ไม่ค่อยกระพริบตา เป็นผลให้มีอาการตาแห้ง ซึ่งเป็นอาการเพียงชั่วคราว แต่หากเป็นอยู่บ่อยๆ และนานขึ้น อาจจะเกิดอันตรายได้ เช่น กระจกตาอักเสบแห้ง มีการเปลี่ยนแปลงเป็นสายตาสั้นชั่วคราว บางครั้งมีน้ำตาไหล มองเห็นภาพไม่ชัด ภาพซ้อน นอกจากนี้ อาจจะมีอาการทางระบบกล้ามเนื้อ ได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดต้นคอ ไหล่ ปวดหลัง จากที่นั่งทำงานที่ไม่เหมาะสมร่วมด้วย

> กลับสารบัญ


ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

สาเหตุของคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

สาเหตุของอาการเหล่านี้ เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

  • ภาวะที่ดวงตาต้องทำงานหนัก เมื่อต้องจ้องจอคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์ มีการกระพริบตาน้อยลง ทำให้เกิดอาการตาแห้งง่ายขึ้น
  • การที่ตัวอักษรบนจอคอมพิวเตอร์ไม่คมชัดเท่าตัวพิมพ์บนหน้าหนังสือ หรือมีความไม่นิ่งของสัญญาณในจอคอมพิวเตอร์ ทำให้ต้องพยายามโฟกัสจอมากขึ้นจึงก่อให้เกิดอาการตาเมื่อยล้าได้ง่ายขึ้น
  • ภาวะแสงในขณะทำงานไม่เพียงพอ มีแสงสะท้อนจากจอคอมพิวเตอร์ ทั้งหมดจะสะท้อนกลับเข้าดวงตาจึงมีอาการเมื่อยล้าดวงตาได้ง่าย
  • ตำแหน่งของหน้าจอคอมพิวเตอร์ ระดับสายตาในการมองจอคอมพิวเตอร์ ที่อยู่ในระยะไม่เหมาะสม
  • ท่าทางในการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น โต๊ะ และเก้าอี้อยู่ในระดับที่ไม่เหมาะสม
  • ในกรณีที่มีภาวะสายตาสั้น เอียง หรือยาวอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ทำการแก้ไข ซึ่งการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ มีผลทำให้ค่าสายตานั้นๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

> กลับสารบัญ


การวินิจฉัยคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

หากมีอาการเข้าข่าย คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม Computer Vision Syndrome (CVS) แพทย์จะสอบถามถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยงของภาวะนี้ จากนั้นอาจให้ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจสุขภาพตาหรือตรวจสายตา และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

> กลับสารบัญ


การรักษาคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม Computer Vision Syndrome (CVS) การรักษานั้นในกรณีที่อาการที่เกิดจากโรคอื่นๆ ผู้ป่วยอาจต้องเข้ารับการรักษาโรคนั้นๆ เป็นอันดับแรก จากนั้นอาจจำเป็นต้องใช้น้ำตาเทียมหยอดตาบ่อยๆ เพื่อบรรเทาอาการ รวมไปถึงการป้องกันด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ ดังนี้

  1. ปรับระยะและมุมตำแหน่งคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระยะที่เหมาะสม โดยหน้าจอคอมพิวเตอร์นั้นควรวางห่างจากสายตาประมาณ 20-28 นิ้ว และจัดให้จุดกึ่งกลางของหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 15-20 องศา
  2. ปรับแสงสว่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และแสงสว่างจากบริเวณที่ทำงานให้เหมาะสม บริเวณรอบจอและหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ต้องมีความสว่างเท่ากับห้อง แสงไม่จ้า หรือมืดจนเกินไป รวมทั้งไม่หันหน้าจอไปทางแสงจนทำให้เกิดแสงตกกระทบที่หน้าจอคอมพิวเตอร์และสะท้อนเข้าตาผู้ใช้งาน ควรใช้แผ่นกรองแสงเพื่อลดแสงจ้าและแสงสะท้อน จะช่วยลดความล้าของสายตาลงได้
  3. เมื่อต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรกระพริบตาให้สม่ำเสมอ เพื่อให้มีการคลายกล้ามเนื้อ หรือพักสายตาโดยให้มองไกลประมาณ 1-2 นาที อย่างน้อย 1-2 ครั้งทุกชั่วโมง และควรหยุดพักการทำงานประมาณ 5-15 นาที ทุก 1-2 ชั่วโมง
  4. ในกรณีที่มีภาวะสายตาที่ผิดปกติอยู่แล้ว ควรใช้เลนส์ชนิดมัลติโค้ด (Multicoat) เพื่อช่วยในการตัดแสง กรองแสงจากจอคอมพิวเตอร์

> กลับสารบัญ



คำถามที่พบบ่อยคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (FAQs)

1:กลุ่มอาการคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer Vision Syndrome) คืออะไร และใครที่มีความเสี่ยงบ้าง?

ตอบ: เป็นกลุ่มอาการทางตาและการมองเห็นที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟนติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 2-3 ชั่วโมงโดยไม่พักสายตา ภาวะนี้พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งทำงาน จ้องจอในที่แสงน้อย หรือมีท่าทางการนั่งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งความรุนแรงของอาการจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาในการใช้งานหน้าจอ

2:อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่าเรากำลังเสี่ยงต่อภาวะคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม?

ตอบ: อาการเริ่มต้นมักจะมีอาการตาแห้ง ระคายเคืองตา แสบตา ปวดรอบดวงตา และตาพร่ามัวจากการที่เราจ้องมองจอแล้วกระพริบตาน้อยลง หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลให้กระจกตาอักเสบแห้ง เกิดภาวะสายตาสั้นชั่วคราว หรือมองเห็นภาพซ้อนได้ครับ นอกจากนี้ยังมักมีอาการปวดศีรษะ ปวดต้นคอ ไหล่ หรือหลัง ร่วมด้วยเนื่องจากท่านั่งทำงานที่ไม่ถูกต้อง

3:หากต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกวัน มีวิธีป้องกันและดูแลดวงตาอย่างไรให้ปลอดภัย?

ตอบ: ปรับตำแหน่งหน้าจอห่างจากสายตาประมาณ 20-28 นิ้ว และปรับให้ออยู่ระดับสายตาประมาณ 15-20 องศา จัดแสงในห้องและหน้าจอให้สมดุลกัน พักสายตาระหว่างทำงาน 5-15 นาที ทุก 1-2 ชั่วโมง

> กลับสารบัญ


โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม นั้นถือเป็นโรคที่ใกล้ตัว เนื่องจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่เราสามารถป้องกันได้ ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์ และพยายามหลีกเลี่ยงสาเหตุของการเกิดโรค ดังนั้นหมั่นสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับดวงตาหรือสายตา และควรรับการตรวจสุขภาพตาจากจักษุแพทย์เป็นประจำ



ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย





Share :

สินค้าในตระกร้าไม่ถูกต้องตามเงื่อนไข, กรุณาตรวจสอบจำนวน
จัดการตระกร้าสินค้า
ตกลง

เมื่อคลิก “อนุญาตคุกกี้ทั้งหมด” หมายความว่าผู้ใช้งานยอมรับที่จะเปิดการใช้งานคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเปิดใช้คุณสมบัติของโซเชียลมีเดีย และเพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการทำการตลาดและการโฆษณา รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลการใช้งานกับพาร์ทเนอร์โซเชียลมีเดีย